Korg AX1500G

รีวิวเอฟเฟค

ถ้าเปรียบเทียบระหว่าง AX1000G กับ AX1500G มีฟังก์ชั่นอะไรที่ต่างออกไปบ้าง
เอ๋ ส่วนดีของ AX1000G นั้นจะมีอยู่ใน AX1500G ทั้งหมด ส่วนที่เพิ่มขึ้นมาของ AX1500G ก็จะมีจุดเด่นอยู่ คือ
1. ซาวน์ดที่ได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้น
2. โปรแกรมเอฟเฟกต์ที่มากขึ้นอีก 16 ชนิด ( 8 user/ 8 preset )
3. ในแต่ละโปรแกรมสามารถเลือก drive amp/cabinet ได้สอง channel เช่น channel A คุณอาจใช้แอมป์แบบหนึ่งและคาบิเนตอีกแบบหนึ่ง พอคุณกดไป channel B คุณสามารถเปลี่ยนเป็นไดรฟ์แอมป์และคาบิเนตอีกแบบหนึ่งได้เลย
4. การปรับรูปแบบภายนอก เช่น expression pedal ที่สามารถ control ได้แบบ real time มากขึ้น,
จอ LCD ที่ปรับปรุงให้อ่านได้ง่ายมากขึ้น
3. ครั้งและที่ลองเล่น AX1500G ตรงจุดไหนที่ทำให้คุณเอ๋รู้สึกประทับใจ
เอ๋ ก็คงจะเป็นในจุดของ drive amp/cabinet ที่สามารถเลือกได้มากกว่า 1 ชนิดในแต่ละโปรแกรม มันทำให้ ได้ความรู้สึกเหมือนคุณกำลังเล่นชุด rack หรือเอฟเฟกต์ stompbox ที่สามารถ switching ไปได้ทั้ง chanel A และ B ยกตัวอย่างเช่น คุณตั้งโปรแกรมที่ 1 ไว้ให้มี reverb, chorus, delay โดยเลือก drive amp เป็นเสียงใสและใช้คาบิเนตเป็น Fender แบบ 1×12 Tweed ให้อยู่ใน Channel A พอคุณต้องการโซโล่คุณก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้โปรแกรมที่ 2 เพราะจะเกิดการไม่ต่อเนื่องของซาวน์ด คุณก็ เพียงแค่เหยียบปุ่มไปที่ channel B ให้เสียงใสเปลี่ยนเป็น Fat Dist. และคาบิเนตเปลี่ยนเป็น 4×12 Vintage ส่วนเอฟเฟกต์ที่เหลือก็ยังคงเหมือนเดิม มันทำให้ระบบการ performance ของคุณนั้นใกล้เคียงกับความเป็น professional มากขึ้น ส่วนในจุดอื่นๆ AX1500G ก็ยังคงเก็บความโดดเด่นของ AX1000G ไว้ทั้งหมด

ที่ผมพูดสั้นๆ ก็เพราะว่าผมประทับใจใน AX1000G อยู่แล้ว และสิ่งที่ผมพูดไปในข้างต้นคือสิ่งที่เพิ่ม เติมให้ AX1500G มีความสมบูรณ์มากขึ้น

ตอนนี้คุณเอ๋ใช้เอฟเฟกต์ประเภท multi-effect processor อะไรบ้าง
เอ๋ ตอนนี้ผมใช้ KORG ToneWorks AX1500G ครับ แต่เมื่อก่อนผมก็เคยใช้ multi-effect ตระกูล ToneWorks มาหลายรุ่นแล้ว อย่างเช่น AX1000G และ AX300G ซึ่งในแต่ละรุ่นนั้นก็จะมีระดับการพัฒนาขึ้นมาจนเป็นที่น่าพอใจจนมาถึง AX1500G ที่ผมใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งในความรู้สึกของผม multi effect ส่วนใหญ่มักจะให้ซาวน์ดที่เป็น digital มากเกินไป สาเหตุนี้จึงทำให้ซาวน์ดการเล่นของเรามักจะขาดเนื้อแท้ของเสียงไป คือซาวน์ดมันจะบาง แต่กับ KORG AX1500G นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะพยายามรวบรวมเอาเอฟเฟกต์ที่เป็นซาวน์ดวินเทจต่างๆ มารวมไว้ในตัวเดียว ทำให้เราปรับซาวน์ดได้ใกล้เคียงกับเนื้อเสียงที่ต้องการได้มากที่สุด ผมคิดว่าน่าจะเป็นการดีถ้าคุณเลือกซาวน์ดที่เป็นวินเทจในเอฟเฟกต์พวกที่เป็น multi ทั้งหลาย เพราะถ้าเรายิ่งไปใช้ซาวน์ดที่มันเฟี้ยวฟ้าวมากเท่าไร เนื้อเสียงที่แท้จริงก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น เพราะฉะนั้น AX1500G จึงเป็นสิ่งที่ตอบสนองความต้องการของผมได้ดีที่สุด ผมจะใช้เจ้าตัวนี้ในเวลาที่ต้องเดินทางไปแสดงสดในที่ต่างๆ และต้องการขนอุปกรณ์ไปให้น้อยชิ้นที่สุด นอกจากนี้ผมยังใช้ในการบันทึกเสียงในกรณีที่ต้องต่อตรงเข้าบอร์ดเลย
ให้คุณเอ๋ช่วยบอกถึงเอฟเฟกต์แต่ละตัวที่ชอบ
เอ๋ สำหรับ drive ampมีเสียงที่ครอบคลุมในทุกสไตล์ดนตรี ซาวน์ดที่ผมประทับใจเป็นพิเศษก็คงจะเป็น FAT DIST., US HI-GAIN และ BRIT STACK สำหรับคาบิเน็ตก็จะเป็น 2×12 AC30, 1X12 Tweed และ 4×12 Vintage สำหรับ modulation ก็มี Classic Flanger, Orange Phaser และ Classic Chorus ในภาคของ pedal ก็มี Vox Wah ส่วน ambience ก็มี reverb plate หรือเราจะผสมระหว่าง delay และ reverb ไว้ด้วยกันก็ได้

จากที่คุณเอ๋เกริ่นไว้ในตอนแรกว่า AX1500G เหมาะกับการใช้บันทึกเสียง มันเป็นอย่างไร ช่วยขยายความด้วย
เอ๋ ก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า การอัดเสียงตรงเข้าบอร์ดเลยนั้นจะทำให้ซาวน์ดบี้ แบน ไม่ดีเท่ากับการอัดแบบใช้ไมก์จ่อหน้าตู้ ในเอฟเฟกต์ยุคปัจจุบันนี้ก็มักจะมีการจำลองการอัดเสียงโดยใช้ไมก์จ่อหน้าตู้ ไว้ด้วย และแน่นอน AX1500G ก็มีส่วนนั้นอยู่ด้วย และมันก็ไม่ใช่แค่มีอยู่อย่างเดียวแต่มันยังให้ซาวน์ดที่น่าประทับใจอย่าง มาก เราทุกคนสามารถที่จะอัดเสียงตรงเข้าคอมพิวเตอร์หรือตรงเข้าบอร์ดได้โดยที่ ไม่ต้องกลัวว่าซาวน์ดจะไม่หนาพออีกแล้ว และยังได้ซาวน์ดที่เป็นวินเทจซาวน์ดอีกด้วย เพราะฉะนั้นจึงทำให้ AX1500G นั้นเหมาะกับการใช้งานทั้งการแสดงบนเวทีและการอัดเสียงตรงเข้าบอร์ด
5. ให้คุณเอ๋ช่วยบอกถึงเอฟเฟกต์แต่ละตัวที่ชอบ
o สำหรับ drive ampมีเสียงที่ครอบคลุมในทุกสไตล์ดนตรี ซาวน์ดที่ผมประทับใจเป็นพิเศษก็คงจะเป็น FAT DIST., US HI-GAIN และ BRIT STACK สำหรับคาบิเน็ตก็จะเป็น 2×12 AC30, 1X12 Tweed และ 4×12 Vintage สำหรับ modulation ก็มี Classic Flanger, Orange Phaser และ Classic Chorus ในภาคของ pedal ก็มี Vox Wah ส่วน ambience ก็มี reverb plate หรือเราจะผสมระหว่าง delay และ reverb ไว้ด้วยกันก็ได้