Boss effect

รีวิวเอฟเฟค
ปัญหาหลักสำหรับเสียง Distortion ที่ได้พบมาคือเวลาที่ต้องการเสียงแตกแบบเนื้อเสียงเช่นมีเสียง Dist ไม่เยอะมีพอประมาณ แต่ผลคือเสียงกีตาร์ไม่พุ่ง แต่ถ้าปรับเสียง Dist มากๆ ผลคือSound ที่ได้จะมีเสียงจี่มากทำให้ต้องหา Noise Gate มาช่วยอีกแต่เจ้า Mega Distortion มี GAIN BOOST ช่วยดันเสียงให้หนาขึ้นโดยและมี Sustain โดยไม่ต้องปรับเสียง Dist เพิ่มนี่เป็นจุดเด่นจุดนึงที่น่าสนใจเพราะ การจะสร้าง Sound แบบนี้จำเป็นต้องใช้ Effect ภายนอกช่วยอีกหลายตัว หรือต้องใช้ตู้ Amp ที่ดีช่วย BOOST ซึ่งสิ่งพวกนี้มีอยู่ใน Mega Distortion อยู่แล้ว

เอาเป็นว่าเรามาดูหน้าตาของมันกันเลยดีกว่านะครับ นี่เป็นหน้าตาของมัน แกะกล่องสดๆเลยนะงานนี้ต้องขอขอบคุณ บริษัท ธีระมิวสิค ด้วยนะครับที่ส่งอุปกรณ์ใหม่ๆมาให้ทดสอบตลอดเลย

Distortion มันเป็น Effect เสียงแรกเลยสำหรับมือกีตาร์ทุกคนจำเป็นต้องมี หลายๆคนอย่างได้เสียง Distortion ที่แตกหนาสะใจ แต่ยังหาที่ถูกใจจริงๆไม่ได้ โดยเฉพาะมือกีตาร์ที่เล่นแนว Heavy, Speed, Hardcore ทั้งหลายที่อยากได้เสียงสุดโหดมาตอบสนอง Rhythm หนักๆ และหนาสะใจพุ่งสุดๆเมื่อต้องการที่จะ Solo และเมื่อต้องการ Sound ที่แตกและได้เนื้อเสียงของสายกีตาร์แต่เสียงไม่ Drop ลงมา เป็นต้น ซึ่งความต้องการทั้งหลายเหล่านี้ ใน Effect แต่ละรุ่นจะมีให้เลือกเพียงอย่างใดอย่างนึงเท่านั้น หรือไม่อย่างนั้นก็ต้องไปหา Preamp หลอดมาใช้ซึ่งราคาแพงมากๆ แต่เจ้า Mega Distortion ตัวเล็กๆตัวนี้ทำได้ทุกอย่างที่กล่าวมาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
บทสรุป
ผมว่าเจ้า Mega Distortion เป็น Effect เสียง Distortion ที่เยี่ยมมากสำหรับแบบ Pedal Box มันสะใจจริงๆทำให้ผมต้องเก็บเป็น Collection ตัวนึงเลยซึ่งตอนนี้เวลาไปเล่นผมใช้ Mega Distortion กับ Delay อีกตัวนึง work เลยสะดวกมากครับ ได้ Sound ที่ไม่แพ้กับ Preamp ยี่ห้อแพงๆเลยครับ

ข้อมูลเบื้องต้น สำหรับ Features ต่างๆ
1. เป็นเสียง Distortion สำหรับ Metal และ Hard Rock โดยเฉพาะ (แต่ผมว่านำไปประยุกต์ใช้กับแนวอื่นได้สบาย)
2. มีวงจร Gain Boost ช่วยดันเสียง Distortion โดยไม่ต้องเพิ่ม Level ของ Dist เลย
3. ปุ่ม Control ด้านล่าง Tone สำหรับปรับเสียง Distortion ให้หนาอ้วนขึ้นอีกชั้นทำให้เสียงโหดไปกันใหญ่ ซึ่งผมว่ามันเหมาะกับ แบบกีตาร์ 7 สาย ซึ่งถ้าเล่นเพลงแบบวง KORN นี่ใช่เลย
4. ปุ่ม Tone อยู่ด้านบนของ ปุ่มในข้อ 3 ซึ่งใช้ทำหน้าที่ปรับ balance ระหว่าง high กับ low frequencies ซึ่งทำให้เสียงมีมิติเพิ่มขึ้น