มือกีต้าร์รุ่นใหม่ของเมืองไทย part1

มือกีต้าร์

มือกีต้าร์รุ่นใหม่ที่ทำงานทางดนตรีทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง มาพร้อมผลงานเพลงอัลบั้มใหม่ ในแนวทางการเล่นกีต้าร์สาย nylon ในแบบ Fusion pop ที่เป็นตัวของเขาเอง และด้วยประสบการณ์ทางดนตรีที่มากขึ้น ทำให้อัลบั้ม Tears Of Time นี้ มากไปด้วยเนื้อหาทางดนตรีแต่นำเสนอออกมาในรูปแบบที่เรียบง่ายตามแนวทางที่เขาชื่นชอบ อัลบั้ม Tears of Time นี้เต็มไปด้วยเรื่องราวที่ผ่านมาของเขาตลอดระยะเวลา 2 ปี นับจากอัลบั้มเต็มชุดแรกในชื่อ Nameless Street และอัลบั้ม Refeel ซึ่งเป็นการนำเพลงเก่ามาเรียบเรียงใหม่ในรูปแบบของเขาเอง เรามาคุยกับเขากันดีกว่าครับ

ช่วยเล่าประวัติการเล่นกีต้าร์ครับ

เริ่มเล่นกีต้าร์ตอนประมาณ ม. 4 ครับ เห็นเพื่อนเค้าเล่นกันเวลาพักเที่ยง ก็อยากเล่นบ้าง เพื่อนก็พาไปซื้อกีต้าร์ แล้วก็พาไปสมัครเรียนดนตรีที่โรงเรียนดนตรีแห่งหนึ่ง แต่ว่าเรียนได้สองครั้งก็ไม่เรียนอีกเลยครับ เพราะเค้าสอนแบบคลาสสิค ตั้งแต่เบสิค ทีละโน้ต แต่ตอนนั้นวัยรุ่นใจร้อนครับ อยากเล่นเพลงตลาดแบบที่เพื่อนกางหนังสือเพลงเล่นกัน เลยต้องให้เพื่อนคนเดิมสอนให้ เค้าก็สอนไปตามคอร์ดในหนังสือเพลง ผ่านไปปีนึง เล่นอะไรไม่ได้เลยครับ นอกจาก C Am Em และก็ G เล่นได้แบบมีบอดๆด้วย ไม่เคยเล่นได้เป็นเพลงเลย ตอนหลังก็มีเพื่อนอีกคนลองให้เล่นเบส ก็ลองเอามาจับๆดีดๆดู ก็รู้สึกว่าลองอันนี้ดีกว่า ไม่ต้องจับคอร์ด เลยต้องมาเริ่มดนตรีใหม่กับเบส เพราะไม่มีความรู้เรื่องดนตรีอะไรเลย ก็เลยเริ่มเล่นเบส ตั้งแต่นั้นมาจนเข้ามหาวิทยาลัย ก็เล่นเบสมาตลอดพยายามหาหนังสือ หาเพลงมาแกะ ถามคนเก่งๆ พยายามแจมกับเพื่อนๆ จนตั้งวงกับเพื่อนๆในคณะได้ ก็เล่นมันทุกที่ ทุกงานที่จะไปเล่นได้ กับวงจะเล่นเพลงไทยเพลงสากลทั่วไปแบบสนุกๆ แต่ส่วนตัวก็เริ่มที่จะสนใจแนวทางอื่น พวก Progressive หรือพวก Metal โดยเฉพาะ Funk, Disco, Soul ชอบมากเพราะเบสแนวนี้จะสนุก เนื่องจากพยายามศึกษาเพลงแนวต่างๆไปเลยรู้สึกว่าต้องศึกษาในเรื่อง Harmony ให้มาก ซึ่งในความคิดผมเบสมันเห็นภาพยากไปหน่อย เลยต้องใช้กีต้าร์ในการแกะ วิเคราะห์เรื่องเหล่านี้ เลยต้องกลับมาเล่นกีต้าร์ ควบกับเล่นเบส ตั้งแต่นั้นมา

 

มือกีต้าร์คนไหนเป็นแรงบัลดาลใจในการเล่นครับ

แรงบันดาลใจของผมนี่มีทั้งมือเบสและมือกีต้าร์ครับ ถ้าเป็นมือเบส จะเป็น Billy Sheehan, Stuart hamm, Jaco, Marcus miller, Victor wooten, Primus, พี่นอ เครสเซนโด, พี่ปาเดย์, พี่ก้อ Groove rider

ถ้าเป็นมือกีต้าร์ ก็ต้อง Al di miola คนนี้ชอบมากครับ Pat Metheny, Martin taylor, Earl klugh, Jimmy bruno, Staley Jordan, George benson, Wes Borland, อ.โปรด, พี่ป๊อป the sun

อย่างบางคนนี่ ผมเคยคลั่งขนาดแกะมันทุกเม็ด เล่นมันทุกอันเลย ฝึกทุกวันจนกว่าจะได้ เช่น Stuart hamm หรือ Billy Sheehan แต่โดยส่วนมากระยะหลังจะพยายามไม่แกะแบบแรงงานขนา

มีวิธีหรือตารางในการฝึกอย่างไรบ้างครับ

ด้วยหน้าที่การงานโดยปกติ บางวันก็ไม่ได้ฝึกซ้อมน่ะครับ กลับบ้านก็หมดแรงแล้ว แต่โดยทั่วไปจะพยายามฝึกความแข็งแรงนิ้ว พวกคอร์ดต่างๆ พวกไล่สเกลอะไรนี่มีบ้างครับแต่ไม่มาก ส่วนมากจะพยายามสร้างความแม่นยำเกี่ยวกับเรื่องของ Rhythm หรือส่วนของโน๊ต เพราะรู้สึกว่าเป็นข้อเสียของเรา ในส่วนของพวก Melody หรือ Harmony ผมมักจะทำ Backing Track ขึ้นมาแล้วก็ Improvise ไปเรื่อยๆ บางทีก็ Improvise ไปบนเพลงคนอื่น ซึ่งก็เพลินดีครับ เล่นได้ทั้งคืน แต่จะพยายามบังคับตัวเองไม่ให้เล่นอะไรเดิมๆ หาอะไรใหม่ๆไปเรื่อยๆ วันละนิดละหน่อย พยายามแกะเพลงที่เราชอบหรือที่น่าสนใจให้ได้อย่างน้อยวันละเพลงครับ ปกติไม่ได้กำหนดว่าต้องฝึกหรือเล่นกีต้าร์วันกี่ชั่วโมง แต่จะพยายามให้ได้มากที่สุดอยู่แล้วครับ

 

ทำไม่ถึงหันมาเล่นกีต้าร์สายไนลอน ทั้งที่คนสวนใหญ่มักจะ เล่นกีต้าร์ไฟฟ้ากัน

แรกเริ่มมันคงเป็นเพราะว่าเรามีกีต้าร์สายไนลอนอยู่แล้ว เมื่อก่อนเวลาใช้แกะเพลงก็ใช้กีต้าร์สายไนลอนนี่แหละ ต่อมาก็หากีต้าร์ไฟฟ้ามาใช้ กีต้าร์โปร่งสายเหล็กก็เล่น ก็เล่นมาเรื่อยๆ แต่ว่าวันที่จะเลือกว่าเราจะไปทางไหนหรือ อะไรที่เป็นเราจริงๆ กลับพบว่าเราชอบเล่นสายไนลอน มากกว่ากีต้าร์ไฟฟ้า ทั้งๆที่ข้อจำกัดมันมีเยอะกว่าพอสมควร ชอบเสียง ชอบ Touching

 

ปัจจุบันเล่นดนตรีเป็นอาชีพหรือเปล่าครับ

ถ้าเป็นในลักษณะเล่นประจำหรือเล่นกลางคืนนี่ ไม่ได้เล่นมานานแล้วครับ ด้วยปัญหาเรื่องสุขภาพ ปัจจุบันก็รับเป็นมือปืนอัดเสียง ส่วนใหญ่เป็นงานเบส และอาชีพสายดนตรีหลักๆคือเป็น Sound Engineer ครับ แต่ก่อนเป็น Engineer อยู่ในค่ายเพลงแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้เป็นฟรีแลนซ์ครับ

 

ช่วยจำกัดสไตล์การเล่นของตัวเองครับว่า เป็นสไตล์ไหน

อืม…..มีคนเรียกแนวผมว่า Fusion pop ครับ ซึ่งผมก็ชอบนะ ก็คงแนวนี้แหละครับ มันชัดเจนดีอยู่แล้ว เอาหลายๆแนวมารวมกัน แต่ไม่ยากนะ ผมพยายามให้มันฟังง่ายๆครับ

Credit:guitarthai.com